คณะเภสัชศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
   
 รูปภาพกิจกรรม : เภสัชฯ มช. เร่งงานบูรณาการและสร้างนวัตกรรมด้านสมุนไพร
         
 รายละเอียด : คณะเภสัชศาสตร์ ร่วมจัดบูธแสดงผลงานในโอกาสที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงพื้นที่ตรวจราชการในเขตภาคเหนือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังรายงานสรุปการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาคเหนือ การรายงานความก้าวหน้าในการขับเคลื่อน Creative Economy/Digital Economy/Bioeconomy การนำเสนอเรื่องย่านนวัตกรรม (Innovation District) ในภาคเหนือ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ ห้องประชุมทองกวาว 1 ชั้น 2 สำนักบริการวิชาการ (Uniserv) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยภายในบูธ คณะเภสัชฯ มีตัวแทนของคณะฯ ได้แก่ รศ.ปราโมทย์ ทิพย์ดวงตา รศ.พิมพร ลีลาพรพิสิฐ และ อ.ดร.ปรัชญา ทิพย์ดวงตา เป็นผู้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการบูรณาการด้านสมุนไพร และผลงานเชิงนวัตกรรม ได้แก่
1. อุทยานวิจัยนวตกรรมสมุนไพรภาคเหนือ (Northern Herb Innovation Park: N-HIP) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ภายใต้การสนับสนุนจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการดำเนินงานดังนี้
• การยกระดับสมุนไพรด้วยการวิจัยและพัฒนา
• การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรครบวงจรภาคเหนือ (Northern Herb Innovation - Total Solution Center: N-HITSC) ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ The Brick Plus ซอย 11 ถ.ศิริมังคลาจารย์ และในช่วงต้นปี 2561 จะย้ายไปตั้งอยู่ในอาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ
• การบริหารจัดการศูนย์ฯ และกิจกรรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาสมุนไพรไทยทั้งระยะต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ซึ่งจะนำไปสู่การส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพ และนอกจากนั้นในส่วนของปลายทาง คณะเภสัชฯ ยังได้การจัดเตรียมพื้นที่ภายในศูนย์ปฏิบัติการเภสัชชุมชน (ร้านยาคณะเภสัชฯ) ให้เป็น Herbal & Holistic Medicine โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี พ.ศ. 2561

2. ศูนย์วิจัยสมุนไพรภาคเหนือ คณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งให้บริการวิชาการในการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมองค์ความรู้ทางด้านสมุนไพรและภูมิปัญญาพื้นบ้านล้านนา รวมทั้งมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในกลุ่มยาแผนโบราณ, ยาสามัญประจำบ้าน และอาหารจากสมุนไพร จำนวนกว่า 10 รายการ

3. ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่เกิดจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการจับมือกับบริษัทเอกชนในการวิจัยสารสกัด “ดอกดาวเรือง” ต้านอนุมูลอิสระและลดริ้วรอย โดย บริษัท มาย่า แอนด์ โค จำกัด ได้ลงนาม “สัญญาอนุญาตใช้สิทธิเทคโนโลยีสารสกัดจากดอกดาวเรืองเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” ซึ่งเป็นผลงานของ รศ.ภญ.พิมพร ลีลาพรพิสิฐ และคณะ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 และ STeP ได้จัดงานแถลงข่าวการถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ณ รร.รติล้านนา ริเวอร์ไซต์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา
 ผู้ประกาศข่าว : นายลิขิต สุภาสาย
 
หน่วยเทคโนโลยีสารสนเทศ  Tel.4370