เปิดโลกเขียวมะกอก
   
เปิดโลกเขียวมะกอก
 
  ° สกู๊ปพิเศษ
Congratulations
เภสัช มช. เปิดร้านยาสมุนไพร พร้อมรับมือตลาดสมุนไพรอาเซียน
ใช้ยาให้ถูกวิธี มีความสำคัญต่อการรักษาอย่างไร
ชาเพื่อสุขภาพ
เก็บพืชพันธุ์เพื่อเพิ่มพืชพันธุ์
เรียนรู้เครื่องสักการะ หัตถศิลป์ล้านนา ดาครัวของกิ๋นของตานเพื่อสุขภาพ
ห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล เภสัช มช. พร้อมบริการศึกษาวิจัยยาสู่อาเซียน
“กลัวเจ็บ-เจ็บจริง” หนึ่งในปัญหาคนไข้โรคฟัน นวัตกรรมเจลยาชาจากข้าวไทยช่วยได้
ขอแสดงความยินดีต่อบัณฑิต
แอ่วงานวิถีวิจัย มช. ครั้งที่ ๘ เติมวิชาหาประสบการณ์กันเถอะ
จะเรียนเภสัช ควรรู้เรื่องใด พี่บอกน้องในค่ายยุวเภสัช มช.
คณะเภสัชศาสตร์ มช. จัด“Hall of fame” ชูงานวิจัยเด่นเป็นประโยชน์
การจัดการความรู้ :เรื่องดีดีของเภสัชฯและเครือข่าย
มุมมอง จากน้องใหม่
เภสัช มช.คว้าอันดับหนึ่งสอบสภาเภสัช เผยปีนี้เปิดตัว 3 โครงการใหญ่
ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย การอบรมจึงประสบผลสำเร็จด้วยดี
เภสัช มช.พร้อมนำผลวิจัย พืชหอมเพื่อสุขภาพสู่ชุมชน
เภสัช มช. คว้ารางวัลวิจัยเครื่องสำอาง พัฒนาฟักข้าวนาโนลบริ้วรอย
  ° บทความทั่วไป
• ใช้ยาแก้ปวด ผิดวิธีมีอันตรายอย่างไร
• การเรียนรู้ เรื่อง ตรีผลา – ผลไม้สามอย่าง
• คำสัญญา เพื่อสุขภาพดี
• สมุนไพร และ อาหารเพื่อสุขภาพ
• ธรรมชาติของสีจากธรรมชาติ
• เครื่องเทศในยาไทย
• จำหญ้าผมยุ่งได้ไหม
• พืชที่ใช้ปรุงรสอาหาร—ของคนล้านนา
• ขนมไปวัด ศิลปะของการห่อการตาน
• พิมเสนหนาด
• อันตรายจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลดต้นขา “ภัยร้ายบนเส้นทางเพื่อขาเรียวงาม”
• เมนู ผักเฮือด ของหนองผึ้ง
• ข้าวซอยอ่อน ข้าวซอยหน้อย
• กินผักสดอย่างปลอดภัย ได้ประโยชน์
• เก๊กฮวย
• ทำบุญปีใหม่ เติมใจด้วยธรรมะ
• ลับมึนน้อย ชุมเห็ดไทย
• เก็บเมล็ดพันธุ์ถั่วงาไว้ปลูกบ้าง
• พะโล้
• สังฆทาน“ยา” แบบไหนได้ประโยชน์
• กะทกรก
•วันพระ-วันศีลคิดถึงข้าวปิ่นโต
• แก๋งปี๋(แกงปลีกล้วย)
• ผักที่รู้จักดีแห่ง อาเซี่ยน
• ไอเดียของขวัญวันแม่
  ° งานวิจัย
• Stemona alkaloids, from traditional Thai medicine, increase chemosensitivity via P-glycoprotein-mediated multidrug resistance
• สถานการณ์และผลกระทบ ของโฆษณายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่มีปัญหาตามกฎหมาย ทางสื่อวิทยุกระจายเสียงชุมชน ต่อผู้บริโภคในจังหวัดเชียงใหม่
• Factors Predicting Diabetic Retinopathy in Uttaradit Province
.............................................
เภสัช มช. คว้ารางวัลวิจัยเครื่องสำอาง พัฒนาฟักข้าวนาโนลบริ้วรอย

“ฟักข้าว” ยังไปได้อีกไกลในระดับอุตสาหกรรม ล่าสุดนักวิจัย เภสัช มช. พัฒนาครีมอนุภาคนาโนจากน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว พบตำรับลดริ้วรอยได้ผลดีและมีความคงตัวสูง แสดงถึงศักยภาพนักวิจัยไทยจนได้รับรางวัลนานาชาติจากสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ แนะส่งเสริมการปลูกฟักข้าวสู่ระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

รศ.ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกุล หัวหน้าทีมวิจัย เผยผลงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยจากน้ำมันของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนาโน ( Development of Anti-wrinkle Cosmetic from Aril Oil of Momordica cochinchinesis (Lour.) Spreng in Nanostructured Lipid Carriers) ได้รับรางวัล IFSCC Host Society Award 2011 ซึ่งนับเป็นผลงานของคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ จากงานประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ 2011 ( IFSCC 2011) ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร

ซึ่งนับเป็นการประชุมระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทยโดยสมาคมนักเคมีเครื่องสำอางแห่งประเทศไทย รศ.ดร.ภญ.พรรณวิภา กฤษฏาพงษ์ ได้รับเกียรติเป็นประธานจัดงาน และเป็นครั้งที่ 21 ของประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอาง นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิชาชีพในอุตสาหกรรมเคมีเครื่องสำอางและความงามจากประเทศสมาชิกของสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ ( IFSCC) รวม 47 ประเทศ ซึ่งมีสมาชิกจำนวนกว่า 15,000 คน ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงผลงานวิจัยและศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโดยมุ่งเน้นมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเครื่องสำอางจากสารธรรมชาติจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง                   
               

ผลงานวิจัยเรื่องการพัฒนาเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยจากน้ำมันของเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว ในอนุภาคไขมันระดับนาโน นั้นเป็นการต่อยอดงานวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ปี ของทีมนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือหัวหน้าโครงการ รศ.ดร.ภก. สุรพล นธการกิจกุล นางสาวณัฏฐิณี นันตาลิต รศ.ดร.ภญ. พาณี ศิริสะอาด รศ.ดร.ภญ. สุพร จารุมณี และ ผศ.ดร.เกียรติศักด์ พลสงคราม จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ โดย รศ.ดร.ภก. สุรพล กล่าวถึงที่มาของการวิจัยว่า

ฟักข้าวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng วงศ์ Cucurbitaceae เดิมมีถิ่นกำเนิดประเทศเอเชียเขตร้อน ในเมืองไทยมีมากในเขตภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งหมอพื้นบ้านใช้ภูมิปัญญาในการใช้ฟักข้าวเป็นยารักษาโรคและเป็นอาหาร ทีมวิจัยได้นำเยื่อหุ้มเมล็ดมาสกัดน้ำมัน ทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และพัฒนาตำรับเครื่องสำอางชะลอความแก่โดยการทดสอบประสิทธิภาพการลดรอยเหี่ยวย่นในอาสาสมัคร และมีการเผยแพร่ในการประชุมมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ในปี พ.ศ. 2550 และได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น

รศ.ดร.สุรพล กล่าวย้ำว่า " จากผลการวิจัยครั้งนั้น สร้างกระแสบูม มีการปลูกฟักข้าวและนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ ไอศกรีม ในระดับชุมชน นอกจากนี้ยังมีการผลิตเป็นสบู่และครีมบำรุงผิวจากฟักข้าว เป็นสินค้าระดับ OTOP และ SME อย่างไรก็ดี การผลิตเพื่อแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมนั้นต้องมีการวางแผนการปลูกที่ดี ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ขั้นตอนในการแปรรูปจะต้องตรวจสอบความคงตัวและมาตรฐานสารสำคัญในฟักข้าว นอกจากนี้ต้องมีการประเมินประสิทธิผลตามมาตรฐานสากล จึงจะสามารถผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานส่งออกได้ "

ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดเครื่องสำอางลดเลือนริ้วรอยมีการขยายตัวเพิ่มและการแข่งขันสูง

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติที่มีจำหน่ายในท้องตลาด หากได้มีการตรวจสอบคุณภาพและประเมินประสิทธิภาพอย่างจริงจัง มักพบปัญหาเรื่องความคงตัวและการออกฤทธิ์ลดลงเมื่อเก็บผลิตภัณฑ์ไว้นาน

ทีมวิจัยจึงได้สกัดน้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวมาศึกษาตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีโดยวิธี HPLC พบว่า ลายพิมพ์นิ้วมือ ตรงกับของสารมาตรฐาน ไลโคปีนและกลุ่มเบต้าแคโรทีน ซึ่ง สารประกอบกลุ่มนี้สลายตัวได้ง่ายโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาวะที่มีแสงและอุณหภูมิสูง ดังนั้นจึงหาวิธีเพิ่มความคงตัวโดยการเตรียมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวให้อยู่ในรูปอนุภาคไขมันระดับนาโนและนำไปใส่ในตำรับครีมพื้น ซึ่งอนุภาคไขมันระดับนาโนที่เก็บกักน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวสามารถเตรียมด้วยเทคนิคการปั่นผสมที่ความดันสูง พบว่าที่ความดัน 1,000 บาร์ จำนวน 5 รอบ ได้อนุภาคที่มีลักษณะทางกายภาพที่ดีไม่เกิดการแยกชั้น เมื่อใช้เครื่องวัดขนาดอนุภาค ( Photon correlation spectroscopy) วัดพบว่า มีขนาดอนุภาคเฉลี่ยไม่เกิน 200 นาโนเมตร การกระจายตัวอนุภาคใกล้เคียง โดยรูปร่างของอนุภาคมีลักษณะกลมมีความคงตัวดี จากนั้นนำตำรับครีมพื้นผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนาโน มาทดสอบความคงสภาพของตำรับที่สภาวะเร่งด้วยอุณหภูมิแบบร้อนสลับเย็น และที่สภาวะอุณหภูมิต่างๆ 4° C, 25° C และ 45° C นาน 90 วัน พบว่า มีลักษณะทางกายภาพที่ดี ไม่เกิดการแยกชั้น และผลของอุณหภูมิและแสง ต่อความคงตัวของเบต้าแคโรทีนในน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว พบว่าในทุกสภาวะของตำรับครีมพื้นผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนาโนมีเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ของเบต้าแคโรทีนสูง

 







ในการศึกษาประสิทธิภาพการลดริ้วรอย โดยใช้เครื่องมือ Skin Visiometer พบว่าหลังใช้ผลิตภัณฑ์วันละ 2 ครั้ง อย่างต่อเนื่องนาน 8 สัปดาห์ บริเวณที่ใช้ครีมผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคไขมันระดับนาโน สามารถลดริ้วรอยของผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนใช้ และบริเวณผิวหนังที่ใช้ครีมพื้นผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคนาโนมีประสิทธิภาพลดริ้วรอยได้ดีกว่าบริเวณที่ใช้ครีมผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาครีมผสมน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวในอนุภาคนาโนให้มีประสิทธิภาพลดริ้วรอยและมีความคงตัวดี เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่พืชท้องถิ่นของประเทศไทยและประชาคมอาเซียน จึงได้รับรางวัลจากสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ ( IFSCC) ของส่งท้าย ปี 2554 นี้
 
   : บทความ : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
  : ภาพ: รศ.ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกุล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก