เปิดโลกเขียวมะกอก
   

ยาแก้ห้าต้น

ในบรรดา ยาล้านนา ผู้รู้ได้กล่าวไว้ว่า ยาแม่หรือยาหลักที่ควรมีไว้ ได้แก่ ยาแก้ห้าต้น ยาศรีมูลน้อย ยาศรีมูลหลวง ยาตรัสสมูล ยาแก้เม็ดน้อย ยาตัดไข้สันนิบาต เป็นต้น พบว่ามีการอ้างอิงในตำรายาบ่อย ๆ เช่น ในสารานุกรมวัฒนธรรมภาคเหนือกล่าวว่า ยาแก้ห้าต้น เป็นตำราที่ตกทอดมาแต่โบราณ ผู้จำเริญยานี้เป็นประจำ จะมีผิวพรรณสดใส ไร้โรคภัย แก้โรคอันเกิดจากเลือดลมต่าง ๆ โรคสาน โรคซาง และ บ่าเฮ็ง
ตำนานกล่าวว่า ฤาษี ๕ ตน เอา สมุนไพรมาตากแห้ง ตำเป็นผง เคล้าด้วยน้ำผึ้งหมักไว้ฉันทุกวัน ต่างก็แข็งแรง ไร้โรคภัย ฤาษีทั้ง ๕ ตน ก็ช่วยกันบันทึกตำราไว้ที่แผ่นหินบนยอดเขาแห่งนั้น พอมีผู้ไปพบตำรายาดังกล่าวก็นำมาถวายพระราชา พระราชาก็ให้หมอหลวง ปรุงถวายพบว่าได้ผลดี จึงให้บันทึกไว้เป็นตำรายาหลวง  และสืบกันมา

ในยุคก่อน มีผู้นำเครื่องยาทั้ง ๕ มาตากและใช้กัน  ผู้เฒ่า ผู้แก่เล่ากันว่าในสมัยพระเมืองแก้ว ได้มอบหมายให้คณะสงฆ์ ทำยานี้ไว้แจกจ่ายแก่ประชาชนทั่วไป โดยให้แต่ละจัดหายาวัดละ ๑ บาตร เมื่อถึงเวลาเข้าพรรษา นำมายาเทรวมกันกลางอุโบสถ หรือหน้าพระประธาน เมื่อพระสงฆ์จากแต่ละวัดมาสวดพระปริต ก็จะโยงสายสิญจน์มากยังกองยานั้น จนถึงวันปวารณาใหญ่ก็จะก็จำทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ใหญ่ แล้วให้พระสงฆ์จากแต่ละวัด นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชน (คัดจากสารานุกรมวัฒนธรรมภาคเหนือ)




ส่วนประกอบของยาแก้ห้าต้น ได้แก่ หมูป่อย แตงเถื่อน หนาด ชุ่งชาลิง (บอระเพ็ด) ดีงูหว้า (เนระพูสีไทย) สรรพคุณใช้ได้ประโยชน์กว้างขวาง เป็นยาหลัก หรือแม่ยา มักใช้เป็นยาตัดตำรับยาอื่น ตัวอย่างเช่น  หำพองชื่อว่าสานหลวง  จักยา (รักษา) หื้อเอาเข้าตาเสือ บดแล้วยัดส้มหมากงั่ว (ผลของมะงั่ว) หมกไฟ คอบพื้นตีน (ประคบพื้นฝ่าเท้า)  ยาแก้ 5 ต้นตัดแล (1) หรือ ยาแก้กินผิด   ให้เอาเปลือกมะขามป้อม  รากผักดีด  กาฝากผักหละ  เปลือกกาสะลอง  ยาแก้ 5 ต้น  ตัดเท่ากันตังมวล  ยาใช้น้ำหนัก 2 ส่วน ข้าวจ้าวหนักหนึ่ง ส่วน ตำผงปั้นเป็นลูกไว้ ใส่น้ำเย็นกินแก้ได้สะป๊ะ (สรรพโรคและอาการ) กินผิดเนอฯ (2) ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ยาแก้ห้าต้น เป็นยาที่เตรียมไว้ล่วงหน้า สำหรับผสมยาอื่น หรือช่วยด้านฤทธิ์และสรรพคุณให้รักษาได้หลายชนิด
            ดีงูหว้า ค้างคาวดำ  หรือ เนระพูสีไทย (Tacca chantrieri) เป็นส่วนประกอบสำคัญของยาแก้ห้าต้น เป็นพันธุ์ไม้ล้มลุก มีเหง้าหัว เจริญตามแนวราบใต้ดิน  ช่อดอกเป็นแบบช่อกระจุก ดอกออกแน่น ล้อมรอบด้วยใบประดับรูปไข่ 2 ใบ มีเกสรตัวผู้และตัวเมีย มีสีดำสนิท มีกลีบดอก 2 กลีบ ลักษณะรีรูปทรงกลม รังไข่อยู่ใต้วง กลีบดอกด้านในจะเป็นเส้นยาวคล้ายด้ายยื่นห้อยลงมา ดูแล้วคล้ายเส้นด้ายสีดำ ดอกคล้ายค้างคาว กระพือปีก รายงานวิจัยที่มีเนระพูสี อยู่ในตำรับยาเขียว พบสรรพคุณ ลดบวม แก้อักเสบในใบหูหนูที่ทดลอง (3) มีการศึกษาองค์ประกอบสารเคมีในพืช และศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย แก้ไข้ และการออกฤทธิ์ฆ่าแมลง (4) แต่ข้อมูลยังไม่มากพอ
อย่างไรก็ดี พืชชนิดนี้ มักมีการนำจากป่ามาใช้ประโยชน์ และอยู่ในภาวะถูกคุกคาม และ จวนจะหมดป่า ทางพี่น้องชนเผ่า เช่นปกาเกอญอ เรียกพืชนี้ว่าเป็นพืชรักษาดินและน้ำ เพราะมักจะพบพืชชนิดนี้ ขึ้นบริเวณตาน้ำ หรือบริเวณที่ ”น้ำออกรู”  เนื่องจากดินซับน้ำไว้ปริมาณมาก ดังนั้น หากนำมาใช้ประโยชน์ทงยา ดูจะคุ้มค่ามากกว่าการใช้ นำมาทำลูกประคบ หรือ ผสมในหมอนที่ใช้ดับกลิ่น หรืออื่น ๆ ซึ่งสามารถใช้พืชอื่นทดแทนได้

 


เอกสารอ้างอิง

  : บทความโดย : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
  : ภาพประกอบโดย: สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก