เปิดโลกเขียวมะกอก
   

เมนู ผักเฮือด ของหนองผึ้ง

พื้นบ้านล้านนา มีอาหารท้องถิ่น ประกอบด้วยผักพื้นบ้านหลากหลายชนิด ระยะนี้มีผักเฮือด ( Ficus lacor Buch. ) และ ถั่วแปบ หลายพันธุ์ ชาวหนองผึ้งจึงเลือกเมนูอาหาร ประจำฤดูกาลสาธิตให้หมู่พี่น้อง ที่ในสวนสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ โดยผู้นำ คุณกรรณิการ์   ถิ่นคำ แนะนำส่วนประกอบของเมนูแกงผักเฮือด คือ

ผักเฮือด มะเขือเทศ   ต้นหอม-ผักชี   เนื้อหรือโปรตีนประกอบด้วย ซี่โครงหมูอ่อน   ส่วนเครื่องปรุงประกอบด้วย   กระเทียม หอมแดง กะปิ ปลาร้า ข่า พริกแห้งเม็ดเล็ก เมื่อปรุงน้ำต้มกระดูกแล้ว จึงเติมเครื่องแกง และผักเฮือด ซึ่งเลือกเอายอดอ่อน ส่วนเมนูอื่นได้แก่ยำผักเฮือด โดยต้องนำผักเฮือด มานึ่งให้สุก เพื่อลดความเปรี้ยว และฝาด จุดเด่นของเมนู คือผักเฮือด เป็นผักพื้นบ้านหาได้ง่ายและปลูกง่ายมีในท้องถิ่นทั่วไปเป็นผักที่มีสรรพคุณทางยาและสามารถปลูกโดยไม่ต้องเอาใจใส่ดูแลมากและ ที่สำคัญเป็นผักปลอดสารพิษขยายพันธุ์ได้ง่ายโดยการตัดชำกิ่งหรือตอนกิ่ง   ผักเฮือด เป็นผักที่มีให้กินในช่วงเวลาสั้นๆคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนมีนาคม ผักเฮือด เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ยอดผักเฮือด 100 กรัมให้พลังงานต่อร่างกาย  39 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยโปรตีน 35 กรัม ไขมัน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5.1 กรัม เส้นใย 1.5 กรัม   แคลเซี่ยม 55 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 84 มิลลิกรัม เหล็ก 2.1 กรัม วิตามิน เอ วิตามิน บี 1 0.10 มิลลิกรัม ไนอะซีน 0.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 1 มิลลิกรัม แคลเซี่ยม 55 มิลลิกรัม    ฟอสฟอรัส 84 มิลลิกรัม เหล็ก 2.1 มิลลิกรัม   วิตามินเอ 6.375 มิลลิกรัม วิตามินบี 10.01 มิลลิกรัม ไนอะซีน 0.8 มิลลิกรัม วิตามิน ซี 1 มิลลิกรัม

 

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของผักเฮือด Ficus lacor Buch-Ham. มีชื่ออื่น Ficus infectoria aunct. Ficus viren Aiton ในตระกูล Moraceae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกันกับมะเดื่อ ถิ่นกำเนิด อยู่บริเวณที่ราบ และ บริเวณรอบเนินเขาในประเทศอินเดีย ในอังกฤษ เรียกว่า มะเดื่อขาว ( white fig. ) จะเห็นเป็นไม้ใหญ๋ยืนต้น เขียวตลอดปี เป็นสมุนไพรที่มีกล่าวถึงในตำราอายุรเวท และ สิทธา ในอินเดีย ใช้เป็นยาทั้งภายนอก และภายใน โดยนำ เปลือก มาต้ม ใช้ล้างแผลเปื่อย สิวและ ใช้สวนทวารในกรณีลิวคีเมีย ใช้กลั้วคอในกรณีน้ำลายไหลออกมาก และ ยังใช้กรณีประจำเดือนไม่ปกติ และ ตกขาว ใบ มีสารคล้ายเอสโตรเจน ทั้งต้นใช้ล้างแผลติดเชื้อแบคทีเรียอย่างเฉียบพลัน ที่เข้าสู่ผิวหนังแท้ และ ระบบน้ำเหลืองได้ โดยเป็นเชื้อกลุ่ม เบต้าฮีโมไลติก สเตร็บโตคอกไค ซึ่งมักเป็นกลุ่มเอ นอกจากนี้ใช้รักษาเลือดกำเดา ผลสุกสด หรือแห้ง มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด ( 2,3 ) ในประเทศจีนใช้ ใบรักษา การปวดเส้นเอ็น ปวดดวงตา ปวดหัว แก้คัน และรักษาแผล ใช้ เปลือก หรือ รากสำหรับการรักษาอาการปวดไขข้อ แขนขาชา อ่อนล้า กล่าวกันว่า หมอพื้นบ้านทางภาคเหนือ ใช้เปลือกของต้นผักเฮือดประมาณครึ่งหนึ่งของฝ่ามือสับเป็นชิ้นเล็กๆต้มดื่มแก้ปวดท้อง (1)


            

จากข้อมูลการใช้ผักเฮือด เป็นทั้งอาหาร และ ยา อีกทั้งเป็นพืชยืนต้น ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดปี ทั้งทรงต้นสวยงาม น่าจะเพาะปลูกไว้ตามหมู่บ้าน เมื่อใบอ่อน ออกในฤดูกาลนี้ จะเห็นสีใบออกแดงอ่อน เต็มต้น เช่นเดียวกับงิ้วป่า ที่กำลังออกดอกสีแดง ส้ม ในเวลานี้ ทำให้หมู่บ้าน มีต้นทุนทางอาหาร และ มีความยั่งยืน เรา ชุมชน สามารถเก็บกินได้ ไม่ต้องซื้อ อย่าพลาด ฝนหน้าที่จะมาถึงนี้ ควรปลูกไว้ในหมู่บ้าน ในที่รกร้าง ปลูกสักต้นก็ไม่ใช้พื้นที่มากมายเท่าใด เฟื่อลูกหลาน และคนข้างหลังได้รู้จัก และสืบทอดต่อไป

 

  : บทความ : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
  : ภาพประกอบโดย : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
 
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก