เปิดโลกเขียวมะกอก
   

สมุนไพร และ อาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตของมูลค่าตลาดของพืชสมุนไพรและสารสกัดจากสมุนไพร มักอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรที่มีอัตราการเติบโตเป็นอย่างมาก โดยการขยายตัวของตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสมุนไพรทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากรายงานของ San Jones (CA-based Global Industry Analysts, Inc.) กล่าวว่า ความต้องการในการใช้อาหารเสริมสมุนไพรเพื่อดูแลรักษาสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบถึง 93 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2015 และในปี 2017 คาดการณ์ว่าตลาดจะมีการขยายตัวถึง 107 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ (Rodman Publishing, 2010; Jubie Dennis, 2012)

การใช้อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรในโลกเพิ่มมากขึ้น อาจเนื่องจากในโลกยังผจญกับปัญหาสุขภาพเนื่องจาก การอาหาร การกินอยู่ทั่วโลก อย่างที่พบได้ในโรคทุโภชนาการ ได้แก่ทุโภชนาการเกิน ได้แก่โรคอ้วน หัวใจขาดเลือด โรคข้อ และทุโภชนาการขาด ได้แก่ การขาดวิตามินเอ ซึ่งแก้ได้ด้วยการรับประทานอาหาร พืชผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่นตำลึง ผักบุ้ง หรือสีเหลือง ได้แก่ ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอ ขาดธาตุเหล็ก พบในผักสีเขียว ไอโอดีนพบได้ในอาหารทะเล และ ไขมันจำเป็นซึ่งแก้ด้วยการ รับประทานเมล็ดพืช ถั่ว งา

และนอกจากนี้เรายังพบว่าโรคที่เป็นสาเหตุการตายของคนไทย ได้แก่โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และกลุ่มโรคติดเชื้อ ส่วนที่พบมากขึ้นได้แก่ สารปนเปื้อนในอาหาร ได้แก่ ยาฆ่าแมลง สารเคมีก่อมะเร็ง พบว่า คนเรารับประทานสารเคมี ปีละ ๔ กรัมต่อคนทีเดียว
เราจึงควรหันมารับประทานอาหารพืชผักสด ผลไม้ เมล็ดพืช ถั่ว และงา จากตลาดปลอดสารเคมี หรือเกษตรอินทรีย์ จะดีกว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ มารับประทาน เนื่องจาก ราคาถูกกว่า และเป็นอาหารเต็มรูป อีกทั้ง เรายังหาพืชผัก ในท้องถิ่นได้ไม่ยาก นอกจากนี้ขบวนการแปรรูป ทำให้ต้องใช้สารเคมี เพิ่มเติม เช่นตัวทำให้ประสาน สารกันหืน สารกันบูด หรือสารทำให้เหนียว เราจึงได้รับสารเคมีเพิ่มโดยไม่จำเป็น
สารอาหารที่จำเป็นอยู่ในพืชผัก ผลไม้ ถั่วงาเรียกว่า สารไฟโตนิวเทรียน ยกตัวอย่างเช่น คลอโรเจนิคแอสิด ให้ฤทธิ์ในห้องปฏิบัติการ ด้านการต้านการก่อมะเร็ง ต้านไวรัส และต้านการก่อกลายพันธุ์ พบในผักกาดหอม มะเขือยาว พริกหนุ่ม มันเทศ สับปะรด ทานตะวัน อิปิคาเตชิน มีในชา องุ่น ต้านการก่อกลายพันธุ์  ต้านการอักเสบ และ ต้านระดับน้ำตาลสูงในเลือด สารคาเฟอิค แอสิด ต้านอนุมูลอิสระ พบในมะเขือยาว ขิง แตงกวา สับปะรด ผักกาดหอมเป็นต้น สำหรับงาพบว่ามีประโยชน์คือ มีสารอาหารค่อนข้างสมบูรณ์ ได้แก่ โปรตีน ๒๐-๒๕ เปอเซนตร์ ไขมัน มีน้ำมัน ๕๐ เปอเซนตร์ ซึ่งมีเลซิทิน ไฟโตเอสโตรเจน มีวิตามินบีสูง ไนอาซิน วิตามินอี แคลเซี่ยม ๒๐ เท่าของพืชทั่วไป มีเกลือแร่อาหารอื่นสมบูรณ์ ๔.๑-๖.๕ เปอเซนตร์  เช่น เหล็ก ไอโอดีน สังกะสี เซเลเนี่ยม ฟอสฟอรัส มีลิกแนน ต่อต้านอ๊อกซิเดชัน เซซามีน ลดคลอเลสเตอรอลในเลือด มีไตรเทอร์พีน ยับยั้งมะเร็งปอด นอกจากนี้ งายังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้อีกด้วย
การรับประทานอาหารประจำถิ่น เช่นแกงแค เป็นอาหารพื้นบ้าน เป็นแหล่งอาหารต้านอนุมูลอิสระ ประกอบด้วยพืชผักจำนวนถึง ๑๕ ชนิด พบว่าพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดได้แก่ ชะพลู ตำลึง มะเขืออยาว ชะอม ผักชีฝรั่ง ถั่วฝักยาว ยอดฟักทอง สะค้าน ถั่วพู ตามลำดับ
ดังกล่าวมาจะเห็นว่า การรับประทานอาหาร พืชผัก ถั่วงา ให้ครบถ้วน ย่อมนำสุขภาพที่ดีมาให้อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งนี้ ควรรับประทานให้พอเพียง พออิ่ม และในแต่ละมื้อควรห่างกันประมาณ ๔ ชั่วโมง ประเทศไทยเรานับว่าเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ ที่สมควรที่เราจะเห็นคุณค่า ศึกษา และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพต่อไป

 

  : บทความ : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
  : ภาพประกอบโดย : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
   :หมายเหตุ :
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก