เปิดโลกเขียวมะกอก
   

หวนคืนใบตอง-ไม้กลัด

เมื่อเรายึดหลักของความสะดวกสบาย ก็จะมีหลายกรณีที่ก่อปัญหา ดังเช่น คำเตือนของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งได้เตือนภัยเกี่ยวกับการใช้ลวดเย็บกระดาษมาเย็บถุงหรือกระทงบรรจุอาหารและขนม เนื่องจากมีความสะดวกและรวดเร็วในกระบวนการผลิต ซึ่งหากผู้บริโภคไม่ระวังอาจเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะเด็กที่ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ให้มาก พร้อมขอความร่วมมือจากผู้ผลิตหรือพ่อค้าแม่ค้า ใช้ไม้กลัดแทน เพราะมีขนาดใหญ่ เห็นชัด จึงมีความปลอดภัยมากกว่า

เรื่องนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงคุณบุญศรี รัตนังขึ้นมาทันที เพราะเมื่อหลายปีก่อน ได้มีโอกาสร่วมงานวันคุ้มครองผู้บริโภค ที่ตำบลหนองจ๊อม สันทราย เชียงใหม่ โดยได้เชิญคณะศิลปินของคุณบุญศรี มาเล่นดนตรี ซึ่งมีเนื้อหาเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ในครั้งนั้นคุณบุญศรีได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับลวดเย็บ หรือแม็กเย็บให้ชาวบ้านฟัง ว่า ในตลาดใกล้บ้าน มีแม่ค้าใช้แม๊กเย็บใบตองห่อข้าวมันปิ้งขาย จึงให้คำแนะนำแม่ค้าว่าให้ใช้ไม้กลัด เพราะปลอดภัยและเป็นห่อแบบดั้งเดิมคือใช้ไม้กลัด

หลังจากนั้นคุณบุญศรีได้ไปที่ตลาดนั้น แม่ค้าขายข้าวมันปิ้งรีบเอาข้าวมันมาให้พร้อมคำขอบคุณ เพราะหลังจากที่เปลี่ยนมาใช้ไม้กลัดทำให้ขายดีขึ้น คนชอบมาก จึงขอบคุณที่แนะนำ หลังวันนั้นทุกครั้งที่ไปตลาด เป็นต้องได้ข้าวมันปิ้งทุกครั้ง ซึ่งคุณบุญศรีพูดติดตลกว่า หลังๆมานอกจากเกรงใจแล้วยังรู้สึกว่ากินบ่อยไป จึงต้องเว้นๆหลีกๆร้านข้าวมันปิ้งบ้าง

บทเรียนที่คุณบุญศรีเล่าให้ฟังน่าสนใจมาก ประการแรก เห็นผลของการเปลี่ยนมาใช้ไม้กลัดแล้วขายดีขึ้น แสดงว่าผู้บริโภคเองก็ให้ความสนใจเรื่องความปลอดภัย อีกทั้งอยากซื้อของที่เป็นแบบพื้นเมืองเดิม ประการที่สอง จากการที่คุณบุญศรีได้ทักท้วงและให้คำแนะนำในฐานะผู้บริโภคเมื่อพบปัญหานั้น หากมองเรื่องการใช้สิทธิของผู้บริโภคก็สามารถมองแบบนั้นได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนความสัมพันธ์ของพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าในท้องถิ่นของเราที่มักจะพูดคุยแนะนำแบบน้ำใจไมตรีกัน บรรยากาศแบบนี้ในตลาดใกล้บ้านเรา นับเป็นเรื่องดีหากจะรับฟังกันและแก้ไข

ส่วนตลาดอื่นๆ หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อของมาขายต่ออีกที อาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ผลิต หรือตลาดขายส่ง อีกกรณีหนึ่งที่เป็นปัญหาคือการแบ่งบรรจุขนม เป็นซองๆ หรือเป็นกล่องๆ ที่ใช้ลวดเย็บ ซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่สามารถใช้ไม้กลัดได้ แต่ก็ควรเย็บในจุดที่ ผู้บริโภคสามารถสังเกตได้ และไม่หล่นร่วงไปกับขนมหรืออาหารนั้นง่ายๆ

เศษวัสดุที่ปนปลอมในอาหาร เช่น เส้นผม ลวดเย็บ ทราย กรวด ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ขายต้องใส่ใจ โดยเฉพาะวัสดุที่แข็ง หรือมีความคม มีความเป็นอันตราย

ไม้กลัดก็มีความแข็ง แหลมคม ก็เป็นอันตรายได้ แต่เมื่อนำมาใช้กลัดกับใบตอง จะเห็นชัด มีขนาดใหญ่ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความระมัดระวัง แกะออกก็สะดวก อย่างไรก็ตาม การใช้ไม้กลัดก็ต้องดูแลแนะนำเด็กเช่นกัน

ผู้บริโภคควรสนับสนุนผู้ขายที่ใช้ไม้กลัด เพราะปลอดภัย และเป็นส่งเสริมพ่อค้าแม่ค้าที่เอาใจใส่ผู้บริโภค แถมยังมีเอกลักษณ์ของอาหารหรือขนมพื้นบ้านด้วย ใช้ใบตองดูกลมกลืนเข้ากันดีกับไม้กลัด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้กับลวดเย็บ ผู้บริโภคก็ต้องระวังโดยเฉพาะ ซึ่งมีคำแนะนำว่า ควรเทขนมหรืออาหารใส่ในชามหรือถ้วย ก่อนรับประทานจะปลอดภัยกว่า การใช้ไม้กลัดก็อาจมีปัญหาความไม่สะดวก หรือหาซื้อยาก หรือเสียดายไม้ไผ่ ซึ่งก็ต้องแยกแยะการใช้ให้เหมาะสม นอกจากการไม้กลัดคู่กับใบตองแล้ว ไม้กลัดยังทำหน้าที่ในการแยกไส้ข้าวมันปิ้ง จำนวนไม้กลัดเป็นสัญญลักษณ์ของไส้ขนม เช่น ข้าวมันปิ้ง ขนมสอดไส้ แอ๊บปลา เป็นต้น



นอกจากไม้กลัดแล้ว การใช้ไม้ตอก ก็กลายเป็นยางรัดมาทดแทน แต่ที่สร้างความกังวลคือมีผู้บริโภคหลายรายท้วงติงเรื่อง การใช้ยางรัดกับผักลวกที่ขายคู่กับน้ำพริก ซึ่งถือว่าอันตราย เพราะมีการใช้ความร้อนสูง จึงนับว่าอีกเรื่องที่อยากให้มีการใช้ไม้ตอกเหมือนที่เราเคยทำกันมาแต่ดั้งเดิมใช้ลวดเย็บเพราะความสะดวกสบาย จึงอาจไม่ปลอดภัยในการบริโภค และอีกเหตุผลหนึ่งคือควรรักษาเอกลักษณ์ของใบตองไม้กลัดในการบรรจุอาหารและขนมหลายชนิดในบ้านเรา


  : บทความ : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
  : ภาพประกอบ: สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก