เปิดโลกเขียวมะกอก
   

รื้อฟื้นเรื่องผักชีลาว


ผักชีลาวฝรั่ง ( Anethum graveolens Linn ) พืชนี้ทางฝรั่งเรียกดิลล์หวีด หรือหญ้าดิลล์ ( dill weed ) 1 เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดจากภาคใต้ของยุโรป และทางตะวันออกของเอเชีย ในสมัยโบราณ มีการนำมาใช้เป็นยาในอียิปต์และโรม ชาวโรมันนำไปทางเหนือของยุโรปและกระจายพันธุ์ไปทั่วเมดิเตอเรเนียน ลักษณะของพืช สูงประมาณ 30 เซนติเมตร – 1 เมตร แผ่ใบกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นมีสีเขียว ภายในกลวง และเรียบ แตกกิ่งก้านตรงปลายยอด ดอกสีเหลืองออกตรงปลายยอดเป็นรูปทรงคล้ายร่ม ดอกจะบานราวกลางฤดูร้อน ใบมีรสชาติคล้ายกับพาสเล่ย์ เมล็ดแก่ลักษณะแบนรูปไข่หรือทรงกระสวยกว้าง 1.5 มิลลิเมตร ยาว 3 มิลลิเมตร มีรสขม พืชชนิดนี้มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน แยกจากกันโดยวิเคราะห์ที่น้ำมันจากเมล็ดมี องค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกัน สายพันธุ์นี้เรียกว่า Anethum sowa Roxb. 2 ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอินเดียและอาจแพร่มาทางเวียตนามและลาว ลักษณะทางภายนอกจะแตกต่างกันกับสายพันธุ์ยุโรป





ผักชีลาวฝรั่ง (สายพันธุ์ยุโรป) มีประโยชน์ทางการแพทย์ ช่วยเสริมสร้างน้ำนมในมารดา 1 ทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ และมีผลต่อระบบการย่อยอาหาร โดยใช้เมล็ด 1 ช้อนชา ผสมน้ำร้อน 1 ถ้วย ช่วยให้หลับสบาย ลดกรดในกระเพาะอาหาร และแก้คลื่นเหียนอาเจียน ผล 2 เป็นที่ยอมรับในเภสัชตำรับของประเทศทางตะวันตก โดยใช้เป็นชาชงสมุนไพร ขนาด 4-8 กรัมต่อวัน โดยใช้ผลดิลล์ เป็นยาขับลม ยาธาตุและยาเจริญอาหาร การนำมาใช้ของชาวฝรั่ง ใบใช้ได้ทั้งสดและแห้ง มักใช้ใบสดตกแต่งในอาหารโดยเฉพาะสลัด 1 หรือใช้ใบในสลัด อาหารประเภทปลา และน้ำจิ้มที่เสริฟพร้อมปลา ในเยอรมันและยุโรปตะวันออกบางแห่ง ใช้ใบเป็นตัวรักษากะหล่ำปลีดองเปรี้ยวและแตงกวาชนิดลูกเล็กๆ ไม่ให้เน่าเสีย น้ำมันสกัดออกมาจากเมล็ดใช้เตรียมเป็นยาที่เรียกว่า น้ำหอมปรุง , น้ำมันดิลล์ ( dill water ) หรือไกรวอเตอร์ ( gripe water ) ช่วยแก้อาการท้องอืดในทารก เมล็ดยังช่วยให้สงบระงับ และทำให้อยากอาหาร

ผักชีลาว ที่ปลูกในไทย ยังไม่มีการศึกษาสายพันธุ์ ข้อมูลผักชีลาวในไทย ใช้ใบสดและใบแห้งใช้โรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อดับกลิ่นคาว ใบใส่แกงอ่อมแกงหน่อไม้ห่อหมก แกล้มแกงเนื้อน้ำพริกปลาร้า ผัดใส่ไข่ ยอดรับประทานกับลาบ เมล็ด และใบช่วยชูรส เมล็ดมีน้ำมันหอมระเหยใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เมล็ดแห้งที่แก่เต็มที่ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง และขับลมในท้อง เมล็ดก่อนนำมาประกอบอาหารควรบดก่อน โดยนิยมโรยบนสลัดผักและมันฝรั่งบดเพื่อเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้น้ำมันผักชีลาวยังใช้แต่งกลิ่นผักดอง น้ำซอส สตู ขนมหวาน เครื่องดื่มและเหล้า 3

คุณสมบัติทางเคมี 2 มีส่วนประกอบของน้ำมันหอมระเหย 3-4% น้ำมันจากชนิดแรก Anethum graveolens Linn มี limonene 50-65% และ carvone ส่วนชนิดหลัง Anethum sowa Roxb. มีเพียง isomer apiol petroselenic acidtriglyceride sitosterol glucoside (Bandopadhyay et al., 1972).

การปลูกใกล้กับยี่หร่า ( Fennel ) อาจทำให้กลายพันธุ์ได้ 1

ดังนั้น ผักชีลาวที่เป็นพืชผักพื้นบ้านที่พบได้ทั้งในภาคอีสานและภาคเหนือ ถูกนำมาใช้บริโภคเป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย สมควรได้รับการตรวจพิสูจน์ทางน้ำมันองค์ประกอบ เพื่อยืนยันสายพันธุ์ให้แน่นอน เพื่อผลการวิจัยอย่างยั่งยืน

References:

1. Pamela Westland, The Herb Hand Book, The Apple Press Singapore, 1991.

2. Medicinal Plants Of Vietnam, Cambodia And Lao, Nguyen Van Duong, Library of Congress, 1993.

3. http://www.vegetweb.com/ ผักชีลาว

 

  : บทความ : ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หน้า ๕

  : บทความ : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
  : ภาพประกอบ: สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก